หลักเกณฑ์โครงการสวัสดิการเงินกู้ ชพค. 7 กู้3 ล้านบาท
หลักเกณฑ์โครงการสวัสดิการเงินกู้ ชพค. 3 ล้านบาท
มีพรายกระซิบจากวงในถึงหลักเกณฑ์การกู้ ชพค. โครงการ 7 ไว้ดังนี้ครับ
- กู้ไม่เกิน 1.2 ล้านบาท อายุการเป็นสมาชิกต้อง 6 เดือน
- กู้เกิน 1.2 ล้านบาทขึ้นไป อายุสมาชิก 1 ปี
- คนที่กู้รอบก่อนสามารถกู้กลบหนี้เก่าได้
- สลิปเงินเดือนย้อนหลัง 3 เดือน ต้องมียอดเหลือ 20 % ขึ้นไป
- บุคคลไม่มีรายได้ประจำ ใช้ สเตทเม็นต์ 6 เดือนล่าสุด และมียอดเหลือ 20 % ขึ้นไป
- บุคคลที่ไม่มีหน่วยหักเงินเดือนให้หักเงินจากบุคคลที่มีหน่วยหักเงินเดือนพ่อแม่พี่น้อง สามีภรรยา คนค้ำที่เป็นครูและบุคลากรทางการศึกษา
- ทำประกันชีวิตอายุไม่เกิน 65 ปี
- ระยะเวลากู้ 25 ปี มีหลักทรัพย์ 30 ปี
- จำนวนคนค้ำ ไม่เกิน 3 แสน ใช้ 1 คน เกิน 6 แสน – 1.2 ล้าน ใช้ 2 คน เกิน 1.2 ล้าน ใช้ 3 คน
- ถ้าไม่ทำประกันสินเชื่อ ต้องหาคนค้ำเพิ่มจากเดิม โดยคนค้ำหนึ่งคนมีมูลค่า 3 แสน ถ้ากู้ 3 ล้านก็หามา 10 คน
- คนๆหนึ่งค้ำได้ไม่เกิน 3 สัญญา กู้ 3 ล้านก็จับกลุ่มกัน 4 คน นะครับ
- เงินสมทบ กู้ 1 ล้าน สมทบ 2 พัน กู้ 2 ล้าน สมทบ 3 พัน กู้ 3 ล้าน สมทบ 4 พัน
- คนกู้ต้องมีอายุไม่เกิน 74 ปี
- ผู้ค้ำต้องมีเงินเดือนดังนี้
- ข้าราชการ 10,000 บาท
- เอกชน 10,000 บาท
- บำนาญ 8,000 บาท
- ทั้งหมดนี้ต้องมีเงินเหลือ 20 % ขึ้นไป
*** ดาวน์โหลดแบบฟอร์ม ชพค.โครงการ7
หมายเหตุ : เป็นแค่หลักเกณฑ์คร่าวๆ ยังไม่แน่นอนเด้อ
![]()
แสดงข้อคิดเห็นครับ
20 Responses to “หลักเกณฑ์โครงการสวัสดิการเงินกู้ ชพค. 7 กู้3 ล้านบาท”
Leave a Reply
คนค้ำอยู่คะละจังหวัดได้ไหมครับ อยากทราบคุณสมบัติของผู้ค้ำน่ะครับรบกวนช่วยโพสหน่อยนะครับ
เปิดกู้ ช.พ.ค.โครงการ7 ไวๆ
ถ้าคนค้ำเป็นครูเอกชนด้วยกัน 3 คน ได้หรือไม่เพราะข้าราชการมีคู่ค้ำอยู่แล้วถ้าไม่ได้ครูเอกชนก็หมดสิทธิ์ในการกู้แล้วจะช่วยผ่อนภาระหนี้สินให้อย่างไร
หลักเกณฑ์นะ สำหรับลูกจ้างชั่วคราว ผู้ค้ำต้องเป็นสมาชิก ชพค.เป็นครูหรือบุคลากรที่เป็นข้าราชการ ในจังหวัดเดียวกัน แต่ปีที่ผ่านๆมาคนค้ำไม่จำเป็นต้องเป็นสมาชิกก็ได้ แต่ ชพค.โครงการ 7 คนค้ำต้องเป็นสมาชิก ชพค ด้วยกัน ข้าราชการสบายอีกแล้ว แต่ลุกจ้างแห้วตามเคย
คนที่มีปัญหาคือคนที่เงินเดือนน้อยและเหลือน้อยมีแค่หักได้ ก็น่าให้เขากู้ได้ จะช่วยคนได้อย่างแท้จริง ควรพิจารณาด้วยเพราะเกณ์ที่ให้มา จะกู้ได้เฉพาะคนรวย
ตรงทำประกัน จะมีคนที่กล้ากู้ไหม
เพราะ ปัญหาสุขภาพ หรือ โรคประจำตัว
ถ้าไม่ทำ ประกัน ผู้ค้ำก็เยอะมาก เลย
..โอกาสการเข้าถึง แหล่งเงินตรงนี้ ก็ ยากพอควรนะครับ
สกสค. สมาชิกมาก หลากหลาย ควรจะปรับโครงสร้างใหม่ สักครั้ง
เช่น แยกบัญชีลูกจ้างไว้ต่างหาก ข้าราชการก็พวกหนึ่ง จะได้เกิดความเป็นธรรมกับลูกจ้าง…และลดความลำบากใจให้กับข้าราชการบางคนที่น้ำท่วมปากไม่รู้จะปฏิเสธอย่างไร…ญาติพี่น้องเพื่อนๆ โกรธกันมามากแล้วกับการไม่ยอมค้ำให้กัน
โดยเฉพาะจะได้ลดช่องทางหากิน บาง…สูบเลือดกันเอง
- รับจ้างค้ำประกัน เพราะหาคนค้ำไม่ได้
- ทั้งค้ำ..ทั้งหักประกันชีวิต
- บังคับทำประกันชีวิต ..ทั้ง ๆที่หลักฐานผู้ค้ำครบตามสัญญา..
…วอนเพื่อนครูก่อนเซ็นสัญญาอ่านบ้าง..หลอกมาก็มาก…
ไม่ใช่ผี..ก็เหมือนผี …หลอกกันกลางวันแสก ๆ
ไม่ค้ำก็ลำบากใจสุดท้ายต้องจ่ายหนี้แทน ทำไมผู้มีสิทธิ์กู้แต่ไม่สามารถค้ำคนอื่นได้ไม่ให้บริษัทรับทำประกันค้ำแทนและสกสค.หักเงินได้ทั่วประเทศทำไมผู้ค้ำต่างจังหวัดจึงค้ำไม่ได้ที่หักเงินค่าชพค.ยังหักได้เลยเพราะผมมีพี่น้องเป็นครูเยอะมากแต่หาคนค้้ำไม่ได้เพราะอยู่คนละจังหวัดน่าจะมีกรณีพิเศษ เช่นพี่น้องที่อยู่ต่างจังหวัดน่าจะค้ำได้
ทำไมไม่มีการค้ำประกันระหว่างลูกจ้างกับลูกจ้าง เพราะตอนนี้หาคนค้ำยากมาก จะจ้างค้ำก้็ไม่มี ไม่เห็นใจคนเป็นลูกจ้างเลย คนเราเกิดมาในเมื่อไม่มีสิทธิ์ได้เป็นข้าราชการ ก็น่าจะได้สิทธิ์ที่เท่าเทียมกันได้ไหม กรุณาคิดทบทวนใหม่ด้วย ขอวิงวอนคนน้ำตาตกในด้วยเถอะ…..
ทำไมทำกันแบบนี้..
บุคลากรของสถาบันการศึกษาเอกชน ที่ไม่ใช่อาจารย์ ถึงค้ำกันไม่ได้ และ อาจารย์เอกชนที่มีคุณสมบัติตรงกันถึงค้ำให้เจ้าหน้าที่ไม่ได้อีก เงินเดือนก็เท่ากันแตกต่างตรงตำแหน่ง เสียค่าบำรุงก็เท่ากัน …
ทำไมโครงการอื่นๆที่ผ่านมาถึงทำไ้ด้ …
เอกชนจะเอาราชการที่ไหนค้ำให้ อยู่คนละวงการ…
คนกำหนดเงื่อนไขนี่ใช้ส่วนไหนคิด
ถ้าประชุมกันเสร็จแล้วยังยืนยันแบบเดิม สมาชิกใน มหาวิทลัยที่เป็นเจ้าหน้าที่ 50 คนจะลาออกหมดแน่…
เพราะ คนสมัคร ชพค ก็หวังการใช้ในการนี้ส่วนใหญ่
อยากวอนให้กำหนดเอกสารของลูกจ้างที่จะต้องส่งให้ชัดเจนหรือแยกประเพศผู้กู้เลยว่าเป็นครู หรือลูกจ้างหรืออื่นๆเลย เพราะเกิดปัญหาว่าพอถึงเวลาจะส่ง ได้เตรียมเอกสารตามที่ท่านได้กำหนดไว้แล้ว แต่พอมาส่งกลับต้องการเอกสารเพิ่มโดยให้เอกสารไปกรอกเพิ่ม กรอกเพิ่มไม่เป็นไรหรอกค่ะ แต่ลายเซนต์ของคนค้ำนะสิ ถ้าคนค้ำไม่ได้ไปด้วยและโรงเรียนอยู่ไกลจะไม่เสียเวลาหรือค่ะ แถมขออนุญาตออกก็ยาก วอนด้วยนะค่ะ
ทำไมครูเอกชนถึงไม่มีสิทธิ์ค้ำกันเองเหมือนครูรัฐบาลบ้าง
แล้วอย่างนี้ครูเอกชนจะสมัคร ชพค.ทำไม
ในเมื่อครูเอกชนก็ต้องการกู้เหมือนกัน มันไม่ยุติธรรมกับครูเอกชนเลย ในเมือเก็บเงินเท่ากัน
ไหน ว่าชพค. ช่วยครู จริงหรือหลอก เอกชนก็ต้องการกู้เหมือนกัน โปรดเห็นใจกันบ้าง
ใช่ถึงเวลาจะกู้ได้ก็หาคนค้ำไม่ได้ ต้องใช้ข้าราชการค้ำเท่านั้น ลูกจ้างไม่ใช่คนหรือ จำเป็นต้องกินต้องใช้เหมือนข้าราชการทุกอย่าง จริงๆเป็นสมาชิกแล้วควรจะมีสิทธิค้ำกันได้หมด ควรจะมีสิทธิเท่าเทียมกันซิ เวลาจ่ายก็จ่ายเท่ากัน แต่ทำไมเวลาจะกู้จะค้ำถึงไม่มีสิทธิ แล้วใครที่ไหนจะยอมค้ำให้แต่ฝ่ายเดียวละ ไม่ยุติธรรมนะ คนกำหนดหลักเกณฑ์ใช้อะไรคิดหรือ หรือรวยแล้วเลยไม่เดือดร้อน
ยกเลิก ไม่ส่งต่อแล้วในเมื่ออยู่มีหนี้บานเบอะ ดีใจหวังกู้ได้เพื่อจะได้ลดภาระบางอย่างไป มารอตอนตาย ตอนนี้ก็ตายทั้งเป็นยิ่งส่งนานคนที่ได้ผลประโยชน์คือข้าราชการ ส่วนลูกจ้างก็ตายอย่างเดียว ช่วยให้ข้าราชรวยแท้ๆ น่าจะมีส่วนของลูกจ้างที่สามารถกู้ได้ชัวร์กว่านี้ จะมากลัวว่าลูกจ้างจะลาออก ทำงานมาเงินเดือนก็น้อย 11ปีแล้วจะมาลาออกตอนได้เงินนิดหน่อยจะทำเพื่ออะไร ไม่คิดจะช่วยก็ไม่ต้องให้สมัครเลย
เป็นลูกจ้างชั่วคราวค่ะถูกปัดออกมาเหมือนไปขอยืมเงินส่วนตัวเขาทั้งที่ทำเอกสารครบทุกอยา่ง
ดิฉันอยากให้ทางธนาคารคิด ทบทวน เรื่องการกู้เงินและการให้สิทธิการค้ำประกันของครูอัตราจ้าง เพราะจริงอยู่ที่ครูอัตราจ้างมีสัญญาจ้างปี/ปี แต่สัญญาจ้างก็ไม่เคยมีปัญหา มีการต่อสัญญาอยู่เสมอ ประเด็นนี้ทางธนาคารเช็คได้จากสัญญาจ้างย้อนหลัง อีกประเด็นการที่ครูอัตราจ้างค้ำประกันเวียนกันไม่ได้เหมือนครูเอกชนดิฉันไม่เห็นด้วย เพราะครูเอกชนก็มีการว่าจ้างเหมือนกับครูอัตราจ้างของรัฐทั้งหมดยังสามารถวนกันค้ำได้ แต่ครูจ้างของรัฐไม่มีใครค้ำให้เพราะตัวเองค้ำคนอื่นไม่ได้ 2 ประเด็นดังกล่าวดิฉันอยากให้ทางธนาคารพิจารณาหลักเกณฑ์ใหม่ ว่ามีทางช่วยให้ครูจ้างของรัฐที่มีอยู่จำนวนมาก ได้โอกาสเหมือนกับคนอื่นบ้างค่ะ
ด้วยความเคารพอย่างสูง
ครูอัตราจ้างที่ไม่มีสิทธิกู้แต่มีสิทธิเป็นสมาชิกให้ชพค.หักเงินได้
คนที่เป็นอัตราจ้างมาหลายก็ต้องอด
ลูกท่านหลานเธอที่บรรจุกัน ก็ได้ไป บรรจุไม่บรรจุไม่อย่าเอามาคิดเลยเพราะพวกเราทุกคนก็คือสมาชิกของ ชพค เหมือนการส่งเงินเท่ากันทุกเดือน ไม่ต้องแบ่งหรอก เอกชน หรือ รัฐ ให้เท่าเทียมกันให้หมด
เราค้ำคนอื่นไม่ได้เพราะเป็นอัตราจ้าง แล้วใครจะค้ำให้เรา เพราะส่วนมากเค้าก็แลกกันค้ำทั้งนั้นเลย ผ่านเงื่อนไขนี้ติดเงื่อนไขโน่น ปวดหมองที่สุด
หลักเกณฑ์คนค้ำสูงเกินไป…ต้องเป็นข้าราชการ, ต้องมีเงินเดือน 10,000 ขึ้นไป ถ้าเป็นพนักงานราชการ ก็ต้องมีอายุงาน 5 ปี ขึ้นไป แล้วอย่างนี้สมาชิกที่มีรายได้ไม่ถึง 10,000 ก็ไม่สามารถค้ำให้ใครได้ คนอยากจะกู้ก็กู้ไม่ได้..หาคนค้ำยาก รู้สึกเหมือนถุกแบ่งชั้นวรรณะเลย สมาชิกที่มีรายได้ไม่ถึง..ไม่มีสิทธิค้ำให้เพื่อน ข้าราชการที่เป็นสมาชิกอยู่แล้ว ส่วนมากจะเป็นคนเก่าๆ ที่ค้ำให้กันก่อนอยู่แล้ว…สมาชิกใหม่เงินเดือนไม่ถึงหมื่น..หมดสิทธิกู้..หลักเกณฑ์ผู้ค้ำประกันสูงเกินไป…