ต้นปาล์มออกยอดเป็นหัวพญานาค 8 หัว อ.ขุขันธ์ จ.ศรีสะเกษ

ต้นปาล์มออกยอดเป็นหัวพญานาค ณ บริเวณสวนสาธารณะ ตากะจะ หน้าที่ว่าการอำเภอขุขันธ์ จ.ศรีสะเกษ เป็นปรากฏการที่ฮือฮาอย่างมากในเวลานี้ นับตั้งแต่ 7 ต.ค. เป็นต้นมามีพี่น้องทั่วสารทิศเ้ข้ามากราบไหว้ เป็นสิริมงคลบ้างก็ขอหวยตามประสา และมีเสียงร่ำลือมาว่างวดนี้ 81 (ห้ามซื้อนะ ต้นปาล์มต้นนี้ดูจากภาพแล้วนี่จะเป็นต้นใหญ่แน่นอนแต่พอไปดูจริงกลับเป็นต้นเล็กๆ สูงราวหัวนี่แหละ ถ้าเป็นต้นใหญ่จะงดงามมากโขทีเดียว บ้างก็ว่ามี 9 หัว แต่พอไปนับดูแล้วก็มีแค่ 8 หัวครับ คนที่นับถือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ก็ซื้อธูปเทียนบูชาขอลาภตามระเบียบ แต่คนที่ร่ำรวยจากงานนี้คือคนที่พิมพ์รูปมาขาย ต้นทุนใบละสามบาทขายใลบละยี่สิบบาท วันหนึ่งขายได้เป็นพันใบกำไรเท่าไหร่ก็คูณหารเอาเอง ต้องยอมรับคนที่เห็นโอกาสในการทำเงินทอง มีคนแซวเล่นๆ ว่าสงสัยท่านพญานาคหนีน้ำท่วมมากหรือเปล่า เพราะที่ขุขันธ์ปีนี้แล้งจนวินาทีสุดท้ายก็ว่าได้ ข้าวในนาเหี่ยวแห้งเกือบตายหมด ฝนจึงตกลงมาหลังเพื่อน แต่บางคนพอเห็นภาพแล้วก็บอกว่าเป็นเพราะต้นไม้ไม่สมบูรณ์จึงทำให้ออกมาบิดๆ เบี้ยวๆ อันนี้ก็ไม่ว่ากัน ความเชื่อใครความเชื่อมัน

ประเพณีแซนโดนตาบ้านโอปอ

                      ประเพณีแซนโดนตาบ้านโอปอก็คล้ายกับหมู่บ้านอื่นๆ ที่เป็นชนเผ่าเขมรนั่นแหละครับ บ้านที่โอปออยู่เป็นบ้านของตาและยาย และแม่็โอปอเป็นลูกสุดท้อง ต้องอยู่บ้านยายครับ และเป็นธรรมเนียมที่ว่า ลูกๆ ที่ออกเรือนแล้วต้องนำเครื่องเซ่นไหว้มาทำพิธีที่บ้านพ่อแม่ ไม่ว่าพ่อแม่จะมีชีวิตอยู่หรือเสียชีวิตแล้วก็ตามครับ เห็นเครื่องเซ่นไหมครับ หลังจากเซ่นแล้วเสร็จโอปอหมดละครับ ยกเว้นลีโอ ประวัติคร่าวๆ ประเพณีแซนโดนตา ในช่วงวันขึ้น 15 ค่ำเดือนสิบทุกปี ประตูนรกจะถูกเปิดออก และสัตว์นรกทั้งหลายจะได้รับอนุญาิตให้ขึ้นมากินข้าวปลาอาหารบนโลกมนุษย์ที่ลูกหลานได้ทำเครื่องสังเวยไว้ให้ ดังนั้นลูกหลานทุกคนก็จะเตรียมเครื่องเซ่นไว้ให้วิญญาณบรรพบุรุษที่ยังตกระกำลำบาก ซึ่งก็ไม่รู้ว่ามีใครบ้าง ในขณะที่เซ่นไหว้ก็จะเรียกชื่อปู่ย่าตายายที่ล่วงลับไปแล้วตลอดทั้งบรรพบุรุษที่ล่วงลับไปนานแล้วด้วย หลังจาก  15 ค่ำ สัตว์นรกทั้งหลายต้องกลับลงนรกดังเดิม ของที่เซ่นไหว้หลักๆ ก็จะมีกล้วยกับข้าวต้ม ข้าวปลาอาหาร ขนมต่างๆ และผลไม้ทั่วไป

ประเพณีงานศพของชนเผ่าเขมร 1 : วันแรกของงานศพ

เขาทำอะไรกันบ้างหลังจากมีคนตาย ประเพณีงานศพที่นำเสนอ ณ ที่นี้ เป็นการจัดงานศพในรูปแบบของชนเผ่าเขมรจังหวัดศรีสะเกษ  ซึ่งผิดแผกจากที่อื่นอย่างไรบ้างนั้น จะได้นำเสนอให้ได้รู้กันที่นี่ครับ โดยปกติแล้ว ถ้ารู้ว่าคนใดคนหนึ่งกำลังจะเสียชีวิต ก็จะมีญาติพี่น้องและเพื่อนบ้านมารวมกันเพื่อให้กำลังใจ ณ บ้านหลังนั้น ๆ และทันทีที่มีผู้เสียชีวิต จะมีการจุดประทัด หรือยิงปืนขึ้นฟ้าเพื่อส่งสัญญาณว่ามีคนเสียชีวิตในหมู่บ้าน และจะเป็นหน้าที่ของพ่อแม่ พี่น้อง หรือลูกหลานที่จะต้องไปเชื้อเชิญพ่อแม่พี่น้อง และเพื่อนบ้านเพื่อมาช่วยงาน ทำการติดต่อกับพ่อค้าโลงศพให้เอาศพมาตั้ง ณ บ้านงาน และตระเวนเชิญแขกที่อยู่ต่างหมู่บ้านให้มาร่วมงาน รวมทั้งนิมนต์พระสงฆ์สี่รูปมาสวดมาติกาบังสุกุล งานแรกที่จะต้องทำอย่างเร่งด่วนเลยคือการสร้างปะรำพิธี หรือโรงศพนั่นแหละ ซึ่งปะรำพิธีในปัจจุบันนี้สะดวกกว่าแต่ก่อนมาก ในสมัยก่อนจะต้องสร้างปะรำขนาดใหญ่โดยใช้เสาไม้จริง ใช้หญ้าคาหรือทางมะพร้าวมุงกันแดดกันฝน ทว่าในปัจจุบันนี้ง่ายกว่าก่อนมาก เพระใช้เพียงเต็นท์สามหลังเท่านั้น หลังที่หนึ่งสำหรับพระสงฆ์ หลังที่สองและสามสำหรับวางศพ และสำหรับแขกที่มาร่วมงาน ในช่วงกลางคืนก็จะมีการสวดพระอภิธรรม ซึ่งในคืนแรกจะไม่ค่อยมีเจ้าภาพมาร่วมงานเท่าใดนัก นอกจากญาติพี่น้องและเพื่อนบ้านในหมู่บ้านนั่นเอง