คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 8 ประการพร้อมตัวบ่งชี้รายข้อ

นักเรียน

http://upload.wikimedia.org

คุณลักษณะอันพึงประสงค์ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 
            หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 กำหนดคุณลักษณะอันพึงประสงค์ 8 ประการ ดังนี้ 

1 รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์

ประกอบด้วยตัวชี้วัด  4  ข้อ  ได้แก่

1.1  เป็นพงเมืองดีของชาติ  พฤติกรรมบ่งชี้  เช่น  ยืนตรงเคารพธงชาติ  ร้องเพลงชาติและอธิบายความหมายของเพลงชาติได้ถูกต้อง

1.2 ธำรงไว้ซึ่งความเป็นไทย  พฤติกรรมบ่งชี้  เช่น  เข้าร่วม ส่งเสริม สนับสนุนกิจกรรมที่สร้างความสามัคคี ปรองดองที่เป็นประโยชน์ต่อ โรงเรียน ชุมชนและสังคม

1.3 ศรัทธา ยึดมั่น ปฏิบัติตนตามหลักของศาสนา พฤติกรรมบ่งชี้  เช่น  เข้าร่วมกิจกรรมทางศาสนาที่ตนเองนับถือ (ศาสนาพุทธ)  และปฏิบัติตนตามหลักของศาสนาที่ตนนับถือ

1.4 เคารพเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์  พฤติกรรมบ่งชี้  เช่น  มีส่วนร่วมหรือจัดกิจกรรมที่เกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์

2 ซื่อสัตย์สุจริต

       ประกอบด้วยตัวชี้วัด  2  ข้อ  ได้แก่
2.1  ประพฤติตรงตามความเป็นจริงต่อตนเองทั้งทายกาย วาจา ใจ  พฤติกรรมบ่งชี้  เช่น  ให้ข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นจริงปราศจากความลำเอียง  และปฏิบัติตนโดยคำนึงถึงความถูกต้อง  ละอายและเกรงกลัวต่อการกระทำผิดและปฏิบัติตามคำมั่นสัญญา
2.2  ประพฤติตรงตามความเป็นจริงต่อผู้อื่นทั้งทายกาย วาจา ใจ  พฤติกรรมบ่งชี้  เช่น  ไม่ถือเอาสิ่งของหรือผลงานของผู้อืนมาเป็นของตนเอง  ปฏิบัติตนต่อผู้อื่นด้วยความซื่อตรงและไม่หาประโยชน์ในทางที่ไม่ถูกต้อง

3 มีวินัย

       ประกอบด้วยตัวชี้วัด  1  ข้อ  ได้แก่
3.1  ปฏิบัติตามข้อตกลง  กฎเกณฑ์  ระเบียบข้อบังคับของครอบครัว  โรงเรียน  และสังคม  พฤติกรรมบ่งชี้  เช่น  ปฏิบัติตามข้อตกลง  กฎเกณฑ์ ระเบียบข้อบังคับของครอบครัว  โรงเรียน และสังคม ไม่ละเมิดสิทธิของผู้อื่น  และตรงต่อเวลาในการปฏิบัติกิจกรรมต่างๆในชีวิตประจำวันและรับผิดชอบในการทำ งาน

4 ใฝ่เรียนรู้

        ประกอบด้วยตัวชี้วัด  3  ข้อ  ได้แก่
4.1   ตั้งใจเพียรพยายามในการเรียน และเข้าร่วมกิจกรรมการเรียนรู้  พฤติกรรมบ่งชี้  เช่น  ตั้งใจเรียน  เอาใจใส่และมีความเพียรพยายามในการเรียนรู้  และสนใจเข้าร่วมกิจกรรมการเรียนรู้ต่างๆ
4.2   แสวงหาความรู้จากแหล่งเรียนรู้ต่างๆทั้งภายในและภายนอกโรงเรียน  ด้วยการเลือกใช้สื่ออย่างเหม่ะสม  บันทึกความรู้ วิเคราะห์สรุปเป็นองค์ความรู้  และสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้  พฤติกรรมบ่งชี้  เช่น  ศึกษาค้นคว้าหาความรู้จากหนังสือ  เอกสาร  สิ่งพิมพ์  สื่อ  เทคโนโลยีต่างๆ  แหล่งเรียนรู้ทั้งภายในและภายนอกโรงเรียน และเลือกใช้สื่อได้อย่างเหมาะสม  บันทึกความรู้  วิเคราะห์  ตรวจสอบจากสิ่งที่เรียนรู้  สรุปเป็นองค์ความรู้  และแลกเปลี่ยนความรู้ด้วยวิธีการต่างๆเพื่อนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

5 อยู่อย่างพอเพียง

        ประกอบด้วยตัวชี้วัด  2  ข้อ  ได้แก่
5.1   ดำเนินชีวิตอย่างพอประมาณ  มีเหตุผล  รอบคอบ  มีคุณธรรม   พฤติกรรมบ่งชี้ เช่น  ใช้ทรัพย์สินของตนเอง เช่น  เงิน  สิ่งของ เครื่องใช้  ฯลฯ  อย่างประหยัด คุ้มค่า  และเก็บรักษาดูแลอย่างดี รวมทั้งการใช้เวลาอย่างเหมาะสม  ใช้ทรัพยากรของส่วนรวมอย่างประหยัด  คุ้มค่า และเก็บรักษาดูแลอย่างดี  ปฏิบัติตนและตัดสินใจด้วยความรอบคอบ  มีเหตุผลและไม่เอาเปรียบผู้อื่นและไม่ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน  พร้อมให้อภัยเมื่อผู้อื่นกระทำผิด
5.2    มีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี  ปรับตัวเพื่ออยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข  พฤติกรรมบ่งชี้  เช่น  วางแผนการเรียน การทำงานและการใช้ชีวิตประจำวันบนพื้นฐานของความรู้  ข้อมูล  ข่าวสารและรู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของสังคมและสภาพแวดล้อม  ยอมรับและปรับตัวเพื่ออยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข

6 มุ่งมั่นในการทำงาน

       ประกอบด้วยตัวชี้วัด  2  ข้อ  ได้แก่
6.1   ตั้งใจและรับผิดชอบในการปฏิบัติหน้าที่การงาน   พฤติกรรมบ่งชี้  เช่น  เอาใจใส่ต่อการปฏิบัติหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย  ตั้งใจและรับผิดชอบในการทำงานให้สำเร็จ  และปรับปรุงและพัฒนาการทำงานด้วยตนเอง
6.2   ทำงานด้วยความเพียรพยายามและอดทนเพื่อให้งานสำเร็จตามเป้าหมาย  พฤติกรรมบ่งชี้  เช่น  ทุ่มเททำงาน  อดทน ไม่ย่อท้อต่อปัญหาและอุปสรรคในการทำงาน  พยายามแก้ปัญหาและอุปสรรคในการทำงานให้สำเร็จ และชื่นชมผลงานด้วยความภาคภูมิใจ

7 รักความเป็นไทย

        ประกอบด้วยตัวชี้วัด  3  ข้อ ได้แก่
7.1   ภาคภูมิใจในขนบธรรมเนียม ประเพณี  ศิลปะ  วัฒนธรรมไทยและมีความกตัญญูกตเวที
พฤติกรรมบ่งชี้  เช่น แต่งกายและมีมารยาทงดงามแบบไทย  มีสัมมาคารวะ  กตัญญูกตเวทีต่อผู้มีพระคุณ  ร่วมกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับประเพณี  ศิลปะ และวัฒนธรรมไทย  และชักชวน แนะนำให้ผู้อื่นตามขนบธรรมเนียมประเพณี ศิลปะ และวัฒนธรรมไทย
7.2   เห็นคุณค่าและใช้ภาษาไทยในการสื่อสารได้อย่างถูกต้องเหมาะสม  พฤติกรรมบ่งชี้  เช่น  ใช้ภาษาไทยและเลขไทยในการสื่อสารได้อย่างถูกต้องเหมาะสมและชักชวน  แนะนำให้ผู้อื่นเห็นคุณค่าของการใช้ภาษาไทยที่ถูกต้อง
7.3   อนุรักษ์และสืบทอดภูมิปัญญาไทย  พฤติกรรมบ่งชี้  พฤติกรรมบ่งชี้  เช่น  นำภูมิปัญญาไทยมาใช้ให้เหมาะสมในวิถีชีวิต  ร่วมกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับภูมิปัญญาไทยและแนะนำ มีส่วนร่วมในการสืบทอดภูมิปัญญาไทย

8 มีจิตสาธารณะ

        ประกอบด้วยตัวชี้วัด  2  ข้อ  ได้แก่
8.1   ช่วยเหลือผู้อื่นด้วยความเต็มใจและพึงพอใจโดยไม่หวังผลตอบแทน  พฤติกรรมบ่งชี้  เช่น  ช่วยพ่อแม่ ผู้ปกครอง ครูทำงานด้วยความเต็มใจ  อาสาทำงานให้ผู้อื่นด้วยกำลังกาย กำลังใจ และกำลังสติปัญญาโดยไม่หวังผลตอบแทนและแบ่งปันสิ่งของ  ทรัพย์สิน และอื่นๆและช่วยแก้ปัญหาหรือสร้างความสุขให้กับผู้อื่น
8.2    เข้าร่วมกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อโรงเรียน ชุมชนและสังคม พฤติกรรมที่บ่งชี้  เช่น  ดูแลรักษาสาธารณสมบัติและสิ่งแวดล้อมด้วยความเต็มใจ  เข้าร่วมกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อโรงเรียน ชุมชนและสังคม และเข้าร่วมกิจกรรมเพื่อแก้ปัญหาหรือร่วมสร้างสิ่งที่ดีงามของส่วนรวมตาม สถานการณ์ที่เกิดขึ้นด้วยความกระตือรือร้น

 

ค่านิยม 12 ประการ ค่านิยมต้องท่องจำ ทำให้ได้สำหรับคนไทย

สพฐ.ขานรับ “ท่องค่านิยม 12 ประการ” ให้โรงเรียนในสังกัดตั้งแต่ ป.1-ม.6 ท่องเต็มรูปแบบเทอม 2 ปีการศึกษา 2557 จะหน้าเสาธง หรือในห้องเรียนก็ได้ ขณะ รมว.ศธ.ชี้ ไม่ใช่แค่ท่องจำ แต่ต้องถือปฏิบัติด้วย

พาดหัวข่าวซะเห็นภาพเลย เอาเป็นว่าเดิมทีโรงเรียนเขามีคุณลักษณะ 8 ประการสำหรับเด็กๆอยู่แล้ว ตอนนี้ คสช. ก็เพิ่มให้อีก 12 ประการ ซึ่งมีซ้ำกันบ้าง มาดูคุณลักษณะ 8 ประการของนักเรียน กับค่านิยม 12 ประการกันครับว่ามีอะไรบ้าง

คุณลักษะอันพึงประสงค์ 8 ประการ

1. รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์
2. ซื่อสัตย์สุจริต
3. มีวินัย
4. ใฝ่เรียนรู้
5. อยู่อย่างพอเพียง
6. มุ่งมั่นในการทำงาน
7. รักความเป็นไทย
8. มีจิตสาธารณะ

ค่านิยมหลัก 12 ประการของ คสช.
1. มีความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2. ซื่อสัตย์ เสียสละ อดทน มีอุดมการณ์ในสิ่งที่ดีงามเพื่อส่วนรวม
3. กตัญญูต่อพ่อแม่ ผู้ปกครอง ครูบาอาจารย์
4. ใฝ่หาความรู้ หมั่นศึกษาเล่าเรียนทั้งทางตรง และทางอ้อม
5. รักษาวัฒนธรรมประเพณีไทยอันงดงาม
6. มีศีลธรรม รักษาความสัตย์ หวังดีต่อผู้อื่น เผื่อแผ่และแบ่งปัน
7. เข้าใจเรียนรู้การเป็นประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขที่ถูกต้อง
8. มีระเบียบวินัย เคารพกฎหมาย ผู้น้อยรู้จักการเคารพผู้ใหญ่
9. มีสติรู้ตัว รู้คิด รู้ทำ รู้ปฏิบัติตามพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
10. รู้จักดำรงตนอยู่โดยใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงตามพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รู้จักอดออมไว้ใช้เมื่อยามจำเป็น มีไว้พอกินพอใช้ ถ้าเหลือก็แจกจ่ายจำหน่าย และพร้อมที่จะขยายกิจการเมื่อมีความพร้อม เมื่อมีภูมิคุ้มกันที่ดี
11. มีความเข้มแข็งทั้งร่างกาย และจิตใจ ไม่ยอมแพ้ต่ออำนาจฝ่ายต่ำ หรือกิเลส มีความละอายเกรงกลัวต่อบาปตามหลักของศาสนา
12. คำนึงถึงผลประโยชน์ของส่วนรวม และของชาติมากกว่าผลประโยชน์ของตนเอง

บทอาขยานค่านิยม 12 ประการ

หนึ่งรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

สองซื่อสัตย์ เสียสละ อดทนได้

สามกตัญญู พ่อแม่ สุดหัวใจ

สี่มุ่งใฝ่ เล่าเรียน เพียรวิชา

ห้ารักษา วัฒนธรรม ประจำชาติ

หกไม่ขาด ศีลธรรม ศาสนา

เจ็ดเรียนรู้ อธิปไตย ของประชา

แปดรักษา วินัย กฎหมายไทย

เก้าปฏิบัติ ตามพระ ราชดำรัส

สิบไม่ขาด พอเพียง เลี้ยงชีพได้

สิบเอ็ดต้อง เข้มแข็ง ทั้งกายใจ

สิบสองไซร้ คิดอะไร ให้ส่วนรวม

หน้าที่พลเมือง ดาวน์โหลดแนวทางการจัดการเรียนรู้รายวิชาเพิ่มเติมหน้าที่พลเมือง

หน้าที่พลเมือง

http://upload.wikimedia.org/wikipedia/th/9/93/Senator_cover.png

หน้าที่พลเมืองมาแล้วจ้า ร้อนๆออกจากเตา เป็นที่ชัดเจนแล้วว่านักเรียนต้องเรียนเพิ่มอีกหนึ่งวิชา จากแต่ก่อนบอกว่าเด็กเรียนเยอะไปต้องลดชั่วโมงเรียน แต่งานนี้ไม่มีลดแล้วครับ มีแต่จะเพิ่มเติมขึ้นไปอีก เอากันเข้าไปสิทีนี้ประเทศไทย เขาไม่รู้จักคำว่าบูรณาการหรืออย่างไร วิชานี้มันก็อยู่ในวิชาสังคมนั่นแหละครับ เป็นหน่วยการเรียนรู้หนึ่ง ถ้าว่าจะให้ปรับปรุงเพิ่มเติมเข้าไปก็ว่าอย่าง แต่นี้เปิดเป็นอีกวิชาหนึ่งเข้าไปอีก เอาจนว่า ที่ว่างในปพ 5 ปพ  6 ไม่มีจะให้กรอกกันอยู่แล้ว

แต่ว่าไงก็ว่ากัน ท่านสั่งมาเบื้องล่างต้องทำตาม ผิดถูกก็ช่าง นี่แหละประเทศไทย

เอ้ามาดูแนวทางการจัดการเรียนการสอนกันเลยครับว่าเขาให้คุณครูทำการเรียนการสอนอย่างไรเพื่อให้เด็กรู้จักหน้าที่ของพลเมือง

กรอบหลักประกอบไปด้วย

ดาวน์โหลดแนวทางการจัดการเรียนการสอน

ดาวน์โหลดคู่มือบรรยายสำหรับวิทยากร

สิวในวัยรุ่นควรจัดการอย่างไรดี

การเกิดสิวย่อมเป็นสิ่งที่รบกวนวัยรุ่นเป็นอย่างยิ่งเลย วัยรุ่นกำลังเป็นวัยที่กำลังรักสวยรักงาม แต่ถ้ามีสิวผุดขึ้นมาเมื่อไหร่ ความมั่นอกมั่นใจก็ลดลงเช่นกัน และเกิดอาการเขินอายสำหรับบางคน สิวเล็กสิวน้อยอาจทำได้แค่ก่อความรำคาญเท่านั้น แต่ถ้าสิวที่เป็นปัญหา เช่นสิวหนอง จำต้องพบหมอแล้วล่ะ เพื่อทำการรักษาที่ถูกต้อง การดูแลรักษาใบหน้าเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับวัยรุ่น เพื่อป้องกันปัญหาสิวอันจะเกิดขึ้น ข้อแนะนำต่อไปนี้เป็นเกร็ดเล็กๆน้อยๆ ที่จะจัดการกับสิวในวัยรุ่น
การจัดการสิวในวัยรุ่น
ป้องกันการเกิดสิว โดยการล้างหน้าที่ถูกต้อง ใช้โฟมหรือสบู่ที่อ่อนละมุนเหมาะกับผิว และล้างหน้าวันละสองครั้ง ในตอนเช้าและ่ก่อนนอน

ล้างหน้าด้วยน้ำอุ่นที่สะอาด เช็ดหน้าให้แห้งด้วยผ้าเช็ดหน้าเบาๆ อย่าใช้ผ้าเช็ดตัวปนกับผ้าเช็ดหน้า

ถ้าป้องกันแล้วแต่สิวก็ยังมาเยือน ให้ใช้ยาแต้มสิวเฉพาะจุดที่เกิดสิวเท่านั้น อย่าลืมปรึกษาเภสัชในการเลือกซื้อยามาใช้ จะได้ไม่เกิดปัญหาลุกลาม

ถ้าประสบปัญหาจริงๆ ให้พบหมอเพื่อทำการรักษาที่ถูกต้อง เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาลุกลามทั่วใบหน้า

เงินกู้ ชพค. โครงการ 8 เพิ่มวงเงินไหมน้อ ว่าแล้วเตรียมเอกสารรอเลยครับ

ณ ตอนนี้โครงการ 8 ยังไม่เปิดนะครับ ให้กู้โครงการ 7 ได้เลยสำหรับคนที่ยังไม่เคยกู้โครงการ 7 แต่คนที่เคยกู้แล้วได้ข่าวว่าไม่สามารถกู้โครงการเดิมได้ ลองติดต่อ สกสค ของแต่ละจังหวัดดูนะครับเผื่อไม่เหมือนกัน

เงินกู้โครงการ 7 ก็ทยอยจ่ายกันเรื่อยๆละครับ รอก็แต่ ชพค. โครงการ 8 จะขยายวงเงินให้เท่าไหร่กันน้อ แต่เท่าที่สังเกตจากการยื่นโครงการ 7 นั้น จะเห็นว่าใหม่ๆ เร็วปานติดจรวดเลยครับ ยื่นวันนี้ ไม่เกิน 2 อาทิตย์รู้ผล แต่พอผ่านไปสักเดือนกว่า ก็เริ่มอืดอาดเช่นเคย

สำหรับคนที่ต้องการความเร็วหน่อยก็ไม่ยากครับ ทำไงรู้ๆกันอยู่ Thailand Only แต่ข้อดีของโครงการ 7 จะดีอย่างตรงที่เงินประกันทบให้ครบ โดยไม่ต้องทำใหม่ให้เสียเวลา ก็เป็นการอำนวยความสะดวกอยู่พอสมควร

จากประสบการการกู้ในรอบ 6 นั้นเจ้าหน้าที่จังหวัดบอกว่าปิดหนี้อื่นไม่ได้ ต้องปิดหนี้ออมสินเท่านั้น แต่ก็มีหลายคนท้วงติงขอปิดจนได้ เพราะเป็นสิทธิ์ของฉัน ทำให้รอบหนี้ค่อนข้างเจอปัญหาน้อยหน่อย

เอาละที่นี้ก็รอดูว่า ชพค. โครงการ 8 จะเพิ่มวงเงินหรือไม่อย่างไร บางท่านอาจจะคิดว่าคงไม่มีมั้ง ไม่ได้หรอกครับพี่น้อง เพราะคนที่สมัครทีหลังต้องการกู้อีกตั้งกี่รายละ ขืนบอกว่าไม่เปิดให้กู้รับรองเป็นประเด็นแน่นอน และบางท่านก็ยังกู้ไม่เต็มสิทธิ์ก็มีอีกถมเถไป

จากการยื่นกู้ที่ผ่านมาของจังหวัดศรีสะเกษก็ไม่ได้เน้นอะไรมากครับ เจ้าหน้าที่ก็เน้นอย่างเดียวคือ มูลหนี้ที่จะปิด ว่าจะปิดธนาคารอะไรบ้าง และชพค. 1/1 ก็ขอแล้วขออีก ก็งงเหมือนกัน และคนที่ไม่เป็นสมาชิกออมทรัพย์ ก็ให้เอาใบรับรองว่าไม่เป็นสมาชิกอีกด้วยแฮะ ก็แปลกนิดหนึ่ง

เอ้าเป็นว่าขอเตรียมพร้อมในรอบต่อไปให้เร็วๆหน่อยแล้วกัน ยื่นก่อนได้เร็วปานฟ้าผ่า หลังๆมาก็รอหน่อยแล้วกัน ว่าแล้วก็เตรียมเอกสารไว้แต่เนิ่นๆ เลย ไม่พลาดอยู่แล้ว เปิดเมื่อไหร จะเอาก่อนเพื่อนเลย

การจัดเรียงเอกสารการกู้เงิน ชพค ที่ ศรีสะเกษ ให้เรียงดังนี้ครับ

1. แบบคำขอกู้และรับรองสิทธิ์

2. แบบระบุผู้มีสิทธิ์รับเิงินสงเคราะห์ครอบครัว  ชพค 1/1 (เคยกู้แล้ว ก็ทำไว้เผื่อเลยแล้วกัน ) (ดาวน์โหลด ชพค. 1/1)

 

 

3. สำเนาใบเสร็จออมทรัพย์ย้อนหลัง 3 เดือน (ขอได้ที่สหกรณ์) กรณีที่ไม่์ได้เป็นสมาชิกออมทรัพย์ให้ขอใบรับรองว่าไม่ได้เป็นสมาชิกมาแนบ ด้วย

4. หลักฐานประกอบผู้กู้

5. หลักฐานประกอบผู้ค้ำ

6. หลักฐานพยาน (ถ้าไม่อยากแนบเพิ่มก็ใช้ คนค้ำเป็นพยานนี่แหละ)

ต่อไปก็รอว่า ชพค. โครงการ 8 จะออกมายังไงน้อ อย่างไรก็ไม่ยอมตกขบวน พวกเรานักกู้มืออาชีพอยู่แล้ว ฮ่าๆ

keep looking »